ดรีม ไฟน่อล ที่เคียฟ

ดรีม ไฟน่อล ที่เคียฟ

ได้คู่ชิงชนะเลิศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2017-2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ในวันที่ 26 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งได้แก่เรอัล มาดริด แชมป์เก่า 2 สมัยซ้อน จะพบกับลิเวอร์พูล อดีตแชมป์ 5 สมัย ซึ่งถือว่าน่าจะเป็นคู่ชิงในฝันของใครหลายๆ คน หลังจากที่เห็นการประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศ ที่เรอัล มาดริด ต้องพบกับบาเยิร์น มิวนิค ส่วนลิเวอร์พูลได้พบกับโรม่า ทำให้ลิเวอร์พูลถูกมองว่าน่าจะได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อย่างไม่ยาก ส่วนอีกคู่หนึ่งจะเป็นใครก็ถือว่าเป็นดรีม ไฟน่อล เหมือนกัน เพราะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก ถึงแม้ว่าเรอัล มาดริด จะผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยผลงานที่ไม่น่าประทับใจนักก็ตาม

ถือว่าเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่ทีมจากแดนกระทิงดุได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยเป็นการพบกับทีจากชาติเดียวกันถึง 2 ครั้ง และทีมจากสเปนสามารถคว้าแชมป์มาได้ 4 สมัยติดต่อกันแล้ว และเป็นทีม “ราชันย์ชุดขาว” ที่ได้แชมป์ใน 2 สมัยหลังสุดติดต่อกัน และสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ถ้วยใบใหญ่ที่สุดของสโมสรยุโรป หลังจากเปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในยุคปัจจุบัน ซึ่งหากปีนี้ทีมจากประเทศสเปนสามารถคว้าแชมป์ได้อีก มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะครองความยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลยุโรปไปอีกซักพัก เนื่องจากฤดูกาลหน้านัดชิงชนะเลิศจะเตะกันที่วันด้า เมโทรโปลิตาโน่ สนามเหย้าแห่งใหม่ของแอตเลติโก มาดริดอีกด้วย ซึ่งหากทีมจากสเปนสามารถเข้าชิงชนะเลิศได้อีก ก็จะได้เปรียบในเรื่องของเสียงเชียร์ และความคุ้นเคยกับสนามอย่างแน่นอน

นัดชิงชนะเลิศของคู่นี้ถือว่าน่าจะเป็นนัดที่สนุกอย่างแน่นอน เนื่องจากเรอัล มาดริดไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดเหมือนอย่างฤดูกาลที่แล้ว ส่วนลิเวอร์พูลก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มขึ้นหม้อ และมีเกมรุกที่จัดจ้านด้วยกันทั้งคู่ น่าจะเปิดเกมรุกใส่กันอย่างสนุกสนานแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นใครจะคมกว่ากัน และการแก้เกมระหว่างซิเนอดีน ซีดาน และเจอร์เก้น คล็อปป์ ใครจะมีกึ๋นมากกว่ากัน วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม จะได้รู้กันว่าเรอัล มาดริดจะเพิ่มสถิติคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 13 หรือลิเวอร์พูลจะขยับขึ้นไปเป็นแชมป์ 6 สมัย หลังจากหยุดนิ่งที่ 5 สมัยมาตั้งแต่ปี 2005 ที่พลิกกลับมาคว้าแชมป์อย่างปาฏิหารย์เหนือเอซี มิลานในการดวลจุดโทษ ที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากถูกนำไปก่อน 3-0 หลังจากจบครึ่งเวลาแรก

Posted in Blogs.